ใครคือจุดอ่อนผีแดง?

เว็บไซต์โกลดอทคอมเผยแพร่บทความวิเคราะห์ถึงสาเหตุของวิกฤตการณ์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ ว่าจะต้องโทษใคร นักเตะ ผู้จัดการทีม เอ็ด วู้ดเวิร์ด หรือครอบครัวเกลเซอร์? เรามาสรุปคร่าวๆกันดู

1. บทความระบุว่า “นักเตะ” ก็มีส่วนในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ด้วยผลงานย่ำแย่ และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นง่าย เห็นชัดๆจากการจับบอลพลาดของเฟร็ดในเกมล่าสุด

บวกเพิ่มไปกับความผิดพลาดก่อนหน้านี้ของ “เดเคอา” จนถึงขั้นเสียประตู การกระโดดโหม่งพลาดของ “ลินเดอเลิฟ” รวมถึงถึงฟอร์มการยิงประตูที่ออกทะเลของ “แรชฟอร์ด” ไม่เว้นแม้แต่ฟอร์มของนักเตะอย่าง “อเล็กซิส” รวมถึง”ลูกากู” ก่อนหน้านี้ก็ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น

แม้จะมีการเสริมที่ทำให้เกมดูดีขึ้นเล็กน้อยแต่สิ่งสำคัญคือหัวจิตหัวใจนักสู้อย่างที่เคยมีในแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นักเตะส่วนใหญ่มีความสุขกับการรับเงินค่าเหนื่อยเท่านั้น

2. ในส่วนของ “โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ” ก็มีส่วนผิดเมื่อมีหลายสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นใน 16 เกมพรีเมียร์ลีก หลังได้รับสัญญาถาวร ด้วยผลงานชนะเพียง 4 นัด เท่านั้น

การจัดทัพลงนามด้วยมิดฟิลด์ตัวรับ 2 คนทำให้มิดฟิลด์ตัวรุกไม่มีคนสนับสนุน ฟอร์มการเล่นที่ไร้ไอเดีย ไม่มีแทคติกที่จะทำให้เชื่อได้ว่าจะพาทีมประสบความสำเร็จในอนาคต

“มาต้า” เป็นผู้เล่นในตำแหน่งตัวรุกที่ดีที่สุดคนหนึ่งในลีก ไม่มีแอสซิสต์เลยแม้แต่ลูกเดียวนับตั้งแต่โซลชาร์ ได้สัญญาถาวร ระบบการเคาน์เตอร์แอทแทค ใช้การไม่ได้ เหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของโซลชาร์ที่จะต้องแก้ปัญหา

3.เอ็ด วู้ดเวิร์ด ก็ต้องรับผิดชอบกับวิกฤตที่เกิดขึ้น หลังเข้ารับตำแหน่งแทน “เดวิด กิลล์” ในปี 2013 วู้ดเวิร์ดรับหน้าที่ดูแลการซื้อขายนักเตะ และส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็นความล้มเหลว ค่าใช้จ่ายการซื้อตัวนักเตะเกือบทะลุ 1 พันล้านปอนด์กับนักเตะอย่าง ดิมาเรีย ,ชไนเดอร์ลิน, เดปาย, ชไวน์สไตเกอร์, มคิตาร์ยาน, และเฟรด

วู้ดเวิร์ดปล่อยให้การเซ็นสัญญานักเตะที่ดีที่สุดย่าง “เอเรร่า” ต้องหมดลงโดยไม่ได้อะไรเลย ขณะที่การให้ค่าเหนื่อยระดับสถิติประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษกับ “อเล็กซิส” ก็ทำให้ระบบการใช้จ่ายในทีมมีปัญหา และเสียเปรียบในการเจรจาค่าเหนื่อยในช่วงหลัง

วู้ดเวิร์ด ไล่ “หลุยส์ ฟาน กัล” ในวันที่ได้แชมป์ เอฟเอคัพ ไล่ “มูรินโญ่” หลังให้สัญญาระยะยาวเพียงไม่กี่เดือน ทำให้สโมสรต้องสูญเสียเงินค่าชดเชยมูลค่า 20 ล้านปอนด์ การให้สัญญา “โซลชาร์” ในชัยชนะแบบโชคช่วยกับปารีส แซงแชร์กแมงก็ถือเป็นความผิดพลาด

วู้ดเวิร์ด ผิดพลาดที่ปล่อยเวลาเจรจาซื้อขายนักเตะจนช่วงสุดท้ายของตลาดจนทำให้นักเตะที่ซื้อเข้ามามีราคาแพงโดยไม่จำเป็น และความผิดพลาดของเขามีส่วนทำให้แดนหน้าของยูไนเต็ดต้องพึ่งดาวรุ่งอย่าง “กรีนวู้ด” อยู่ในเวลานี้

นอกจากนี้การตั้งผู้อำนวยการฟุตบอลที่ไม่สำเร็จในเวลานี้ เนื่องจากวู้ดเวิร์ดกำลังทำตัวเป็นผอ.ฟุตบอลเสียเอง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามันไม่เวิร์ค

4. ครอบครัวเกลเซอร์ ก็มีส่วนด้วยเช่นกัน เมื่อเกรเซอร์ ยังอยู่ วู้ดเวิร์ด ก็ไม่ไปไหนเพราะ วู้ดเวิร์ด เป็นผู้ที่ช่วยให้เกลเซอร์ซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสำเร็จเมื่อปี 2005

นับตั้งแต่เกลเซอร์ เข้ามานั่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เงินจำนวนกว่า 1 พันล้านปอนด์ ถูกแบ่งสรรค์ออกเป็นเงินปันผล ค่าทำเนียม ต้นทุน และดอกเบี้ย กลายเป็นทีทีมอย่างแมนซิตี้ ลิเวอร์พูล ที่แซงหน้าไปในเวลานั้น ทีมยักษ์ในยุโรป อย่างเรอัล มาดริด แอตมาดริด ปารีสฯ ยูเว่ฯ บาเยิร์นฯ และดอร์ทมุนด์ กลายเป็นทีมอีกระดับไปเรียบร้อย

หนำซ้ำแม้ปีศาจแดงเพิ่งจะเปิดเผยรายได้ทำสถิติไปเมื่อเร็วๆนี้ แต่สิ่งที่ไม่ได้มีการพูดถึงคือ แมนฯยูไนเต็ดยังเป็นทีมที่มีหนี้สินระดับ 500 ล้านปอนด์ด้วย และเป็นสิ่งที่รายงานทางการเงินล่าสุดระบุไว้ว่าอาจต้องเจียดเงินจากการดำเนินการด้านอื่นๆเช่นค่าจ้าง ค่าเหนื่อย ทีมงานสตาฟ นักเตะ มาใช้ในการจ่ายหนี้สินเหล่านี้

ทีมปีศาจแดงที่มีรายได้เป็นสถิติประวัติศาสตร์สโมสรอย่างต่อเนื่อง แต่ทีมฟุตบอลกลับไม่ใช่ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก มันดูไม่สมเหตุสมผลสิ้นดี

Leave a Reply